2007/Jun/13

หลังจากที่เขียนบ้าง อู้บ้าง และหยุดไปยาวๆบ้างใน abzee.exteen.com แล้วในที่สุดก็ได้ย้ายมาเป็นเรื่องเป็นราวที่ poomk.blogspot.com ซะที เนื่องเวลาใช้ Opera เขียนบล็อกที่นี่แล้วต้องมานั่งพิมพ์ html เอง ซึ่งผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

ก่อนหน้านี้ผมเคยพยายามย้ายบล็อกไปบน tiddlywiki ที่ poomk.tiddlyspot.com และตั้งเป้าหมายว่าจะเขียนเกี่ยวกับโปรเจคปีสี่และความรู้ทางวิชาการให้เป็นภาษาไทย

แต่ให้ตายเหอะ ผมพึ่งจะมารู้ตัวเอาเมื่อเขียนไปได้สักพักว่า ไอ้สาขาความรู้ของผมเนี่ย ผมเคยเรียนมันเป็นภาษาไทยซะทีไหน ทุกๆคนแทบจะสอนทับศัพท์กันหมด ทั้งหนังสือที่อ่านก็เป็นเท็กซ์เล่มหนาๆ แล้วผมก็ไม่มีความมั่นใจในการแปลเสียด้วยสิ

ในบล็อกที่นั่นผมวางแผนไว้ว่าจะเขียนอยู่สามหัวข้อ
1) Tutorial - สอนเกี่ยวกับความรู้อิเล็คทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมเบื้องต้นเป็นภาษาไทย ไม่ใช่เพราะหลับหูหลับตารักชาติตามเทรนด์ แต่ต้องการสร้างทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจศึกษาหาความรุ้เพื่อตัวเอง
2) Projects - รวมโปรเจคอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เพื่อตอบสนองความต้องการความท้าทาย (เอามันส์) ซึ่งมีแรงบันดาลใจมากจากความเชื่อของผมว่า โปรเจคที่ดีนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องมีจุดมุ่งหมายทการสร้างรายได้
3) Life - เรื่องอื่นๆของผม บางส่วนเขียนขึ้นมาอย่างไร้สาระ บางส่วนเขียนขึ้นมาจากอาการเก็บกับหลายๆเรื่องในสังคม

หวังว่าผมคงไม่อู้จนเกินไป

ผมอาจจะย้ายอีกทีเมื่อหาเช่า VPS ถูกๆได้ คิดว่าคงย้ายข้อมูลไปได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไหร่นะ

edited ย้ายมามา VPS ส่วนตัวแล้วที่ LongSpine.com 

2007/Jun/03

เห็นเล่นกันหลายคนเลยเล่นบ้าง
You are C++. You are very popular and open to suggestions.  Many have tried to be like you, but haven't been successful

โดยส่วนตัวแล้วผมถนัด C ชัดๆมากกว่า หลังๆมาเริ่มติดใจ Python ที่ความง่ายในการเขียน ส่วนประสพการณ์กับ C++ นั้นเรียกได้ว่าน้อยมาก เนื่องจากผมแทบไม่เคยเขียน C++ ที่มันจะ ++ เท่าไหร่เลย ผมเขียนออกมาเป็นโมดูลๆซะส่วนใหญ่ ท่าทางจะต้องกลับไปอ่าน OOP เพิ่มหน่อยแล้ว

2007/Mar/02

ในสมัยชั้นประถมต้นผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง มันชื่อว่าไอ้เอี้ยน
ไอ้เอี้ยนนี่มันนแปลกอยู่อย่างนึงคือมันชอบถามคำถามที่มักไม่มีคนตอบ
ไม่ใช่เพราะคำถามมันแปลกพิศดารอะไร แต่เป็นเพราะมันดันมาถามผมกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กประถมด้วยกัน แทนที่จะถามอาจารย์เลยไม่มีใครตอบมันได้ (แบบไม่ดำน้ำ)

นอกจากคำถามไร้คำตอบแล้ว อีกคำถามหนึ่งที่มันมักจะถามก็คือคำถามล่อเป้า
โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเรา ไม่ก็คำถามเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ
ซึ่งแน่นอนว่าถึงอยากรู้คำตอบยังไงเราก็คงไม่ไปถามอาจารย์เพราะเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง

สมัยเด็กๆเรามักตั้งคำถามแปลกๆเหล่านี้และมักหาคำตอบจากการฝันกันไปเอง แทนที่จะเป็นการสอบถามจากอาจารย์
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากรู้จริงๆ แต่เพราะเราไม่เคยคิดกันเลยว่าเราจะได้คำตอบนั้น "จริงๆ"

ผ่านวัยเด็กจากวันนั้นมาสิบกว่าปี จู่ๆผมก็เกิดคิดระลึกถึงมันได้ยังไงไม่รู้
เพื่อนผมสมัยนั้นหายไปไหนกันบ้าง และไอ้เอี้ยนมันไปอยู่ไหนของโลกผมก็ไม่ทราบได้
(ข่าวล่าสุดบอกว่ามันอยู่สิงคโปร์ ...)

ผมรู้สึกว่าหลายๆคำถามที่เด็กๆของเราตั้งขึ้นมานั้นไม่สามารถได้คำตอบได้ หากการศึกษายังเป็นไปในทิศทางเดิม
และถึงแม้การศึกษาจะมีการเปลี่ยนทิศทางไปก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นทิศทางที่ดีขึ้น หากเรายังต้องการที่จะให้เด็กเราเชื่อ มากกว่าให้คิด
ซึ่งประเด็นนี้นับวันเรายิ่งเข้าใกล้ความเชื่อมากขึ้นจนกลายเป็นการ "หลับหูหลับตาเชื่อ" ซะยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ห้องสมุดที่สมควรจะเป็นคลังความรู้ กลับกลายเป็นของโบราณและฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริหาร (ไม่พอเพียง?)
เมื่อผมเข้าห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลที่ทันสมัย ห้องสมุดกลับไม่มีหนังสือที่ผมต้องการ (และไม่มีทีท่าว่าจะมีเพิ่ม)
ถึงแม้ผมเข้าห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลสำคัญในอดีต ผมก็ไม่พบข้อมูลที่ต้องการอยู่ดี อาจเพราะว่ามันเก่าเกินไปจนไม่คิดว่าจะมีใครสนใจ

ยังดีที่อย่างน้อยห้องสมุดยังคงมีหนังสือพิมพ์ให้เราอ่าน

...

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฝนเทียม?

คำถามหนึ่งที่ไอ้เอี้ยนมันเคยถามคือ
"แกคิดว่าใครเป็นคนคิดฝนเทียมขึ้นมาเป็นคนแรก?" หรืออะไรทำนองนี้ แต่อันตรายกว่า และมีจุดมุ่งหมายแอบแฝง
ลองจินตนาการดูว่า ผมโตในจังหวัดบ้านนอกที่ไมมีแม้แต่สถานีรถไฟ สมัยนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต และห้องสมุดยังมีหนังสือไม่มากนัก
ผมควรหาคำตอบ "จริงๆ" อย่างไร?