ในสมัยชั้นประถมต้นผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง มันชื่อว่าไอ้เอี้ยน
ไอ้เอี้ยนนี่มันนแปลกอยู่อย่างนึงคือมันชอบถามคำถามที่มักไม่มีคนตอบ
ไม่ใช่เพราะคำถามมันแปลกพิศดารอะไร แต่เป็นเพราะมันดันมาถามผมกับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กประถมด้วยกัน แทนที่จะถามอาจารย์เลยไม่มีใครตอบมันได้ (แบบไม่ดำน้ำ)
นอกจากคำถามไร้คำตอบแล้ว อีกคำถามหนึ่งที่มันมักจะถามก็คือคำถามล่อเป้า
โดยเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเรา ไม่ก็คำถามเกี่ยวกับจักรๆวงศ์ๆ
ซึ่งแน่นอนว่าถึงอยากรู้คำตอบยังไงเราก็คงไม่ไปถามอาจารย์เพราะเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง
สมัยเด็กๆเรามักตั้งคำถามแปลกๆเหล่านี้และมักหาคำตอบจากการฝันกันไปเอง แทนที่จะเป็นการสอบถามจากอาจารย์
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากรู้จริงๆ แต่เพราะเราไม่เคยคิดกันเลยว่าเราจะได้คำตอบนั้น "จริงๆ"
ผ่านวัยเด็กจากวันนั้นมาสิบกว่าปี จู่ๆผมก็เกิดคิดระลึกถึงมันได้ยังไงไม่รู้
เพื่อนผมสมัยนั้นหายไปไหนกันบ้าง และไอ้เอี้ยนมันไปอยู่ไหนของโลกผมก็ไม่ทราบได้
(ข่าวล่าสุดบอกว่ามันอยู่สิงคโปร์ ...)
ผมรู้สึกว่าหลายๆคำถามที่เด็กๆของเราตั้งขึ้นมานั้นไม่สามารถได้คำตอบได้ หากการศึกษายังเป็นไปในทิศทางเดิม
และถึงแม้การศึกษาจะมีการเปลี่ยนทิศทางไปก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นทิศทางที่ดีขึ้น หากเรายังต้องการที่จะให้เด็กเราเชื่อ มากกว่าให้คิด
ซึ่งประเด็นนี้นับวันเรายิ่งเข้าใกล้ความเชื่อมากขึ้นจนกลายเป็นการ "หลับหูหลับตาเชื่อ" ซะยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ห้องสมุดที่สมควรจะเป็นคลังความรู้ กลับกลายเป็นของโบราณและฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริหาร (ไม่พอเพียง?)
เมื่อผมเข้าห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลที่ทันสมัย ห้องสมุดกลับไม่มีหนังสือที่ผมต้องการ (และไม่มีทีท่าว่าจะมีเพิ่ม)
ถึงแม้ผมเข้าห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลสำคัญในอดีต ผมก็ไม่พบข้อมูลที่ต้องการอยู่ดี อาจเพราะว่ามันเก่าเกินไปจนไม่คิดว่าจะมีใครสนใจ
ยังดีที่อย่างน้อยห้องสมุดยังคงมีหนังสือพิมพ์ให้เราอ่าน
...
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฝนเทียม?
คำถามหนึ่งที่ไอ้เอี้ยนมันเคยถามคือ
"แกคิดว่าใครเป็นคนคิดฝนเทียมขึ้นมาเป็นคนแรก?" หรืออะไรทำนองนี้ แต่อันตรายกว่า และมีจุดมุ่งหมายแอบแฝง
ลองจินตนาการดูว่า ผมโตในจังหวัดบ้านนอกที่ไมมีแม้แต่สถานีรถไฟ สมัยนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต และห้องสมุดยังมีหนังสือไม่มากนัก
ผมควรหาคำตอบ "จริงๆ" อย่างไร?
เหอะๆ นี่คำถามเด็กประถมหรอ
อย่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
