ย้ายไปที่
ย้ายไปที่ poomk.tiddlyspot.com
เกี่ยวกับโปรเจคต่างๆที่ผมเคยทำมา
(ต้องท่องเพิ่มอีกวันแล้วสิ)
ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินเหลาชนชั้นผู้ดีู้มีปัญญาและสตางค์ ได้ออกมาแสดงความสงสารประชาชนชั้นรากหญ้า ทั้งในด้านการศึกษาที่ไม่ค่อยจะสูงนัก และการเข้าถึงข้อมูลที่ค่อนข้างจำกัด ต่างกับคุณผู้ดีทั้งหลายที่มักมีการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญา มีการเข้าถึงสื่อการเมืองสุดฮอตฮิตที่มักจะมี "ข่าววงใน" หลุดออกมาบ่อยๆ
ชนชั้นผู้ดีเหล่านี้มักจะนำข้ออ้างเรื่องการศึกษาและความสามารถในการเข้าถึงสื่อมาเป็นข้ออ้างหลัก ที่ทำให้ความเชื่อทางการเมืองของตนและของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนั้นไม่เหมือนกัน
ถ้าจะมาพิจารณากันถึงข้ออ้างเหล่านั้นแล้ว ก็น่าจะแบ่งออกเป็นประเด็นในด้าน การศึกษา และ สื่อ
ว่ากันว่าการศึกษาทำให้คนมีรู้จักคิด
นั่นหมายความว่าคนที่เรียนจบสูงกว่าย่อมมีความสามารถในการคิดมากกว่ารึเปล่า?
หากคิดอย่างนั้นจริงแสดงว่าโลกแห่งการศึกษานั้นคงแคบน่าดู
การคิดนั้นไม่จำป็นว่าจะได้มาจากการศึกษาในระบบเพียงอย่างเดียว การศึกษาด้วยตัวเองจากประสบการณ์ชีวิตก็น่าจะนับว่าเป้นส่วนหนึ่งของการศึกษาด้วย
หรือจะพูดกันให้ตรงๆก็คือ คนที่เรียนมาต่ำกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะ "โง่" กว่าคนที่เรียนจบระดับชั้นที่สูงที่สุด
สื่อไทยในตอนนี้นั้นล้วนเป็นกลาง ขึ้นอยู่กับว่าเป็นกลางข้างใครเท่านั้น
เรามักจะไม่ค่อยพบสื่อหนึ่งๆที่มีทั้งบทความว่ากล่าวและติชมคนคนเดียวกัน ไม่นับการเหน็บแนมที่มักมีมาอยู่เรือยๆเพื่อเพิ่มความสะใจของผู้อ่าน
การที่่เรามีสิทธ์เลือกสื่อมากกว่านั้นเป้นข้อได้เปรียบจริงหรือ?
ถ้าลองคิดกันเล่นๆดูแล้วเรื่องนี้ก็น่าจะแบ่งย่อยได้คร่าวๆเป้นสองประเด็นย่อย
หนึ่งคือ สื่อที่เลือกนั้นมีความถูกต้องชอบธรรมเพียงใด
อีกหนึ่งคือ เราสามารถดึงข้อมูลที่อยู่ในสื่อนั้นออกมาได้หรือไม่
ในประเด็นแรกนั้นเราคงไม่สามารถบอกได้จริงๆว่าสื่อไหนกันแน่ที่เสนอข้อมูลได้ถูก
จริงๆแล้วเราบอกได้แค่ว่าสื่อไหนกันแน่ที่เสนอข้อมูลได้ถูก.. ใจเรามากกว่า
ประเด็นที่สองนั้น มันก็น่าจะเกี่ยวพันกับความสามารถทางการคิดอีกนั่นแหละ
ซึ่งหากการวัดว่าใครมีความสามารถในการคิดที่ดีกว่ากันนั้นเป้นเรื่องที่ยากและไร้สาระ
งั้นเราจะวัดตัวเองได้อย่างไรว่าเรามีความสามรถในการคิดเพียงใด?
มันอาจจะเริ่มได้จากคำถามที่ว่า
"คุณเชื่อข่าวหนึ่งๆสักแค่ไหน และทำไมถึงเชื่อ?"