Trainee

ผมไปถึงที่ทำงานเมื่อเวลา 7:30 น. ซึ่งพอกับที่คาดเอาไว้
ตึกที่ผมทำการฝึกนั้นเป็นตึกปตท.สผ.ซึ่งเป็นตึกที่อยู่ด้านหลังของตึกปตท.อีกทีหนึ่ง

เมื่อมาถึงที่ lobby ก็พบกับเด็กฝึกงานคนอื่นๆที่เริ่มฝึกงานวันนี้เหมือนกัน (รู้ทีหลังว่ามีจำนวน 33 คน)
เนื่องจากไม่รู้จักใคร และไม่ได้อยากรู้จักใครเป็นพิเศษ ผมจึงได้แต่นั่งดูข่าวการเลือกตั้งของช่องเก้าที่ฉายบนจอทีวี
แต่ไม่รู้จะดูไปทำไม เนื่องจากว่าจอทีวีนั้นอยู่ไกลมาก มองก็ไม่ค่อยเห็น เสียงก็ไม่ค่อยได้ยิน

บัตรผ่านเข้าออกของบริษัทเป็นบัตรคล้าย RFID ซึ่งอาจจะใช้ RFID หรือเทคโนโลยีอื่นก็ไม่ทราบ เพราะเท่าที่ฟังๆมาคร่าวๆคือ บัตรนี้มีไว้เฉพาะการเข้าออก ไม่ได้นำข้อมูลเข้าออกไปใช้ทำอะไรอื่นอีก

จากนั้นพี่ HR ก็ได้พานิสิตฝึกงานขึ้นไปฟังการบรรยายเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของบริษัท ข้อปฎิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ภาพรวมของแท่นขุดเจาะแท่นต่างๆที่บริษัทเป็นเจ้าของและถือหุ้น ปิดด้วยการแสดง Organization Chart และกระจายนิสิตแต่ละคนไปยังหน่วยงานต่างๆ

ตัวผมนั้นถูกส่งไปยังแผนก PTTEP Services ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ PTTEP อีกทีหนึ่ง
ซึ่งจุดประสงค์ของการตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา คือการเพิ่มสภาพคล่องในการบริหารทรัพยากรบุคคล เนื่องจากกฎระเบียบหลายๆอย่างใน PTTEP นั้นทำให้ยากต่อการจ้างงานพนักงานประจำที่ไม่ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขุดเจาะโดยตรง
ดังนั้น PTTEP Services จึงมีพนักงานหลากหลาย ตั้งแต่ช่างแรงงานที่มีอัตราค่าจ้างคงที่ ไปจนถึงผู้ชำนาญเฉพาะทางที่มีอัตราค่าตอบแทนสูงมาก

ช่วงบ่ายเป็นการบรรยายแนะนำ PTTEP Services ให้แก่พนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานในบริษัท ซึ่งพี่ที่ดูแลผมก็ได้ให้ผมเข้าร่วมฟังการบรรยายนี้ด้วย

จากนั้นผมได้รับมอบหมายงานให้ช่วยพี่ฝ่าย IT ในการทำเวปไซต์ภายในของ PTTEP Services ซึ่งงานในเฟสนี้ต้องเสร็จภายในวันศุกร์.. ยังไม่ได้ตั้งตัวเลยนะเนี่ย

ขอเกริ่นนิดนึงว่า นิสิตฝึกงานของปตท.สผ.ทุกคนต้องทำการนำเสนอเกี่ยวกับงานที่ตัวเองได้รับมอบหมาย 'เป็นภาษาอังกฤษ' ในช่วงสองอาทิตย์สุดท้ายก่อนการฝึกงานเสร็จสิ้นลง
ซึ่งในวันนี้ก็มีนิสิตรุ่นพี่คนหนึ่งในแผนกผมทำการนำเสนอพอดี ผมได้เข้าร่วมการฟังและร่วมกินเค้กเลี้ยงอำลา (อร่อย) พลางคิดในใจว่าหากถึงเวลาของเราเราจะมีสภาพยังไง..

จบวันที่หนึ่ง


พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกของการฝึกงานที่ปตท.สผ.แล้ว รู้สึกตื่นเต้นสุดๆเนื่องจากว่าไม่มีเพื่อนไปด้วยเลยสักคน และที่สำคัญก็คือ ผมต้องไปให้ถึงสำนักงานก่อนแปดโมง!!

แค่เข้าเรียนเก้าโมงยังไม่เคยจะทัน ไฉนเลยคนเหี้ยๆอย่างกรูจะสามารถฝืนสันดานอันฝังแน่นของตัวเองได้

วิธีที่จะทำให้ตื่นแต่เช้า หากเปิดตามตำราหรือถามซินแสท่านไหนๆก็คงตอบกันเป็นเสียงเดียวว่า "จงเข้านอนแต่หัวค่ำ แล้วดื่มน้ำเยอะๆ" เราจึงไม่ขัดศรัทธา เข้านอนตั้งแต่สองทุ่มครึ่ง เร็วกว่าเวลานอนปกติเก้าชั่วโมง

แผนการดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่ง..

23:30 น. ผมได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมหัวใจที่เต้นแรง เหงื่อท่วมกายและหายใจไม่ค่อยออก ราวกับว่าเลือดชั่วในร่างกายพากันมาก่อม็อบชุมนุมเพื่อต่อต้านการกระทำอันผิดธรรมชาติอย่างรุนแรงนี้
ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงทำใจเย็นแล้วเดินไปหยิบน้ำและผลไม้ในตู้เย็นพร้อมทั้งเปิดทีวีดูเพื่อความผ่อนคลาย

แต่หากดูทีวีช่วงนี้แล้วก็คงไม่ผ่อนคลายซักเท่าไหร่แฮะ..

หลังจากนั้นผมก็พยายามทำให้ร่างกายเกิดความรู้สึกง่วง ตั้งแต่การวิดพื้น! นั่งฟังเพลง และเล่นเกม
เชื่อมั้ยว่าท้ายสุดแล้วนั้นการเล่นเกมมันทำให้ผมง่วง..

ทว่าความง่วงพียงเล็กน้อยไม่สามารถทำให้ผมฝ่าอุปสรรคนี้ไปได้ ทำให้ผมต้องฝืนทนข่มตานอนทั้งคืน จนกระทั่ง..

นาฬิกาบอกเวลา 4 นาฬิกา 25 นาที ผมยังคงนอนมองออกไปนอกหน้าต่าง เริ่มที่จะได้ยินเสียงนกร้อง
"..นี่คงเป็นเวลาเช้าแล้วสินะ" ผมคิดในใจ

นั่นเป็นความคิดสุดท้ายที่ผมพอจะจำได้ หลังจากนั้นผมก็ผลอยหลับไปและตื่นขึ้นมาเวลา 6 นาฬิกาของวันใหม่
น่ามหัศจรรย์เสียจริงที่ร่างกายผมยอมอนุญาติให้ผมนอนหลับตั้งหนึ่งชั่วโมงเศษๆ

จากนั้นผมก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว สู่การฝึกงานวันแรก!!